Home Chinese Korean Japanese Camp Time-table Study Abroad Map About Us

หลักสูตรภาษาจีน
เด็กเล็ก (3-6 ปี)
เด็กโต (7-12 ปี)
เบื้องต้น
กลาง
สูง
CCTV
เรียนตัวต่อตัว
เรียนที่ทำงานของคุณ

 
ชื่อสมาชิก
 
 
รหัสผ่าน
 

พฤศจิกายน  2551
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

 

 
 
 
 

แนะนำ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (Seoul National University)

ตอนนี้อะไรๆก็ต้องเกาหลี ดูเหมือนจะฟีเวอร์ไปทั่วทุกแห่ง แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนหละก็คนไทยจะรู้จักประเทศเกาหลี ก็ตอนช่วงฟุตบอลโลกปี 2002 โน้น ครั้งนั้นประเทศเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศญี่ปุ่น สนามการแข่งขันหลักๆจะกระจายไปตามเมืองใหญ่ๆของประเทศเกาหลีใต้ รวมทั้งกรุงโซลที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีด้วย ซึ่งเมื่อย้อนไปในช่วงการปกครองของราชวงศ์โชซอน (ปี 1394) ประเทศเกาหลีใต้ได้มีการย้ายเมืองหลวงมาที่กรุงโซล นับตั้งแต่นั้นมาร่วมเวลานานกว่า 600 ปีแล้วที่กรุงโซลกลายเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ปัจจุบันนี้ประชาชนชาวเกาหลีจำนวน 1 ใน 4 ที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงโซล ที่ตอนนี้เรียกว่าทันสมัยและเป็นสถานที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งที่สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เห็นจะหนีไม่พ้น พระราชวังโบราณ, สวนสนุก หรือ หอคอยกรุงโซลซี่งถือเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซลเลยทีเดียว เพราะอย่างนี้จึงทำให้กรุงโซลประเทศเกาหลี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหล่านักเดินทางมาท่องเที่ยวกันอย่างเพลิดเพลินกับวิถีชีวิตของคนที่นี่

มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ก่อตั้งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 1946 ถือว่าติด 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย จากผลสำรวจของจากนิตยสารเอเชียวีค ประจำปี 1999 โดยคุณภาพของมหาวิทยาลัยตรงตามมาตรฐานและหลักวิชาการ เพราะไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์การเรียนการสอน, อาจารย์, บรรยากาศ, เงินทุนวิจัย เป็นต้น ดังนั้นมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล จึงถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลเพียงแห่งเดียวในกรุงโซล จึงทำให้มีการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลกันอย่างเข้มงวด แต่อย่างไรก็ตามที่เกาหลีนอกจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลแล้วยังมีมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังหลายแห่งที่มีชื่อเสียง ซึ่งก็มีนักเรียนแย่งกันสอบแข่งขันเพื่อที่เข้าเรียนก็เยอะเหมือนกัน

บริเวณมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล

มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ตั้งอยู่แถวเขตพุงชอนดง ในกรุงโซล พื้นที่ด้านในกว้างขวาง แถมมีรถบัสของมหาวิทยาลัยและรถเมล์โดยสารทั่วไปวิ่งเข้าออก และวิ่งผ่านไปตามแต่ละคณะ อีกอย่างที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเองก็อยู่ติดกับเทือกเขาควานัก ทำให้ตัวอาคารตั้งอยู่ที่สูง จึงทำให้ 1 วันไม่สามารถเดินให้ทั่วมหาวิทยาลัยได้ เพราะคงไม่ไหวอย่างเป็นแน่ เพราะพื้นที่ทั้งกว้าง ทั้งลาดชัน จากน่องขาเรียวๆของสาวๆ อาจกลายเป็นต้นขาโต๊ะสนุ๊กได้ในพริบตา แต่จริงๆแล้วสภาพที่ตั้งของเกาหลีเองจะเป็นเนินสูงอยู่แล้ว เพราะพื้นที่โดยส่วนใหญ่ของเกาหลีจะประกอบไปด้วยภูเขาเกินครึ่งหนึ่งของประเทศก็ว่าได้ ภายในมหาวิทยาลัยนอกจากมีคณะต่างๆแล้ว ยังมีห้องสมุดซึ่งถือว่าเป็นที่สุดฮิตของบรรดานักศึกษาที่จะเข้าไปนั่งอ่านหนังสือหรือไม่ก็ติวหนังสือกันที่นี่ โดยไม่เว้นแม้แต่วันหยุดก็ตาม

โรงอาหาร

โรงอาหารภายในมหาวิทยาลัยมีหลายที่ เนื่องด้วยจำนวนนักศึกษาที่เรียนอยู่ที่นี้มีจำนวนมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีให้เยอะ ให้พอต่อความต้องการ และมีช่วงเวลาให้บริการเป็นมื้อๆไป เช่น เช้า เที่ยง เย็น อาหารที่นี้ก็มีให้เลือกหลากหลาย ราคาก็ไม่แพงกว่าข้างนอก ซึ่งราคาอาหารจะอยู่ประมาณ 2,500-3,000 วอน หรือประมาณ 60-70บาทไทย ถ้าเป็นข้างนอกราคาจะอยู่ที่ 4,500ขึ้นไป หรือประมาณ 100 บาทไทย

ศูนย์ออกกำลังกาย

สนามกีฬาที่ใช้สำหรับออกกำลังกายเพื่อให้ผ่อนคลาย ก็มีที่ฮิตๆหน่อยจะเป็นสนามเบสบอล เพราะถือเป็นกีฬายอดฮิตของที่นี่เลย ในช่วงเย็นและ ช่วงวันหยุดจะมีนักศึกษามาฝึกซ้อมเบสบอลอยู่ประจำ จริงๆแล้วที่มหาลัยแห่งชาติโซลนี้มีทั้งนักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนภาษาเกาหลีด้วยเหมือนกัน

รอบรั้วมหาวิทยาลัย

ถ้าจะออกไปนอกมหาวิทยาลัยจะเห็นว่ามี หอพักนักศึกษาอยู่จำนวนมาก อีกทั้งยังมีร้านขายอาหาร, ร้านขายของ , และตลาดย่อมๆ ให้ทุกคนได้เลือกชมเลือกซื้อกัน บริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัยมีที่ให้ไปลองปีนเขาควานักที่อยู่ด้านหน้ามหาวิทยาลัยอีกด้วย เพราะคนเกาหลีส่วนมากชอบปีนเขากัน โดยเฉพาะคนสูงอายุของเกาหลีจะนิยมไปปีนเขาเพื่อออกกำลังกาย ดังนั้นไม่ต้องตกใจถ้าด้านหน้ามหาวิทยลัยจะเต็มไปด้วยผู้สูงอายุทั้งหญิงชายสะพายเป้กันเต็มไปหมดเพื่อไปปีนเขา หรือเที่ยวชมบรรยากาศนั้นเอง แต่ก็ไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้นนะ วัยรุ่นก็นิยมปีนกันเหมือนกัน ดังนั้นจึงถือว่าเป็นกีฬายอดฮิตอีกอย่างก็ว่าได้ เวลาที่จะเข้า-ออกมหาวิทยาลัยก็แสนจะสะดวกสบาย เพราะมีรถผ่านหลายสาย รถของมหาวิทยาลัยเองก็มีบริการเหมือนกัน ไปส่งถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีซออุลแดอิบกู ซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินทางเข้ามหาวิทยาลัยโซล

การเรียนการสอน

มหาวิทยาลัยโซลในระดับปริญญาตรี 1 ปี จะเรียน 2 เทอม แต่สำหรับผู้ที่สนใจจะเรียนภาษาเกาหลี ในมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล จะมีสถาบันสอนภาษาเกาหลีสำหรับนักเรียนต่างชาติอยู่ด้วย เรียกว่า "ออนอ คโย ยูกวอน" โดย 1 ปี จะแบ่งเป็น 4 เทอม หรือเรียกว่า 4 ฤดู โดยเริ่ม เทอมที่ 1 ช่วงต้นปีหรือช่วงฤดูใบไม้ผลิ ระยะเวลาก็ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคมเป็นระยะเวลาประมาณ10 สัปดาห์ เทอมที่ 2 ช่วงฤดูร้อน ระยะเวลาตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม เทอมที่ 3 ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ระยะเวลาตั้งแต่ กันยายน-พฤศจิกายน เทอมที่ 4 ช่วงฤดูหนาว ระยะเวลาเริ่มตั้งแต่ ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ทำให้นักเรียนที่สนใจเรียนภาษาเกาหลีที่โซล สามารถสมัครเข้าเรียนภาษาเกาหลีได้ในแต่ละช่วงของเทอม โดยก่อนเปิดเรียนทางสถาบันจะมีจัดให้สอบวัดระดับชั้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 ระดับ ระดับเบื้องต้นจะเริ่มตั้งแต่ระดับ1 ไล่ลงไปจนถึงระดับสูงสุดคือระดับ 6 และระดับ 7 ซึ่งจะเรียกหลักสูตรที่ว่านี้ว่า "ยอนกู" หรือ "หลักสูตรวิจัย" นั้นเอง ซึ่งเทียบไปแล้วก็เท่ากับปริญญาตรี และเป็นพื้นฐานให้สำหรับคนที่คิดจะเข้าเรียนต่อปริญญาโทต่อไปในอนาคต หลังจากการสอบวัดระดับเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้เข้าเรียนตามที่ติดประกาศไว้ ซึ่งใน 1 ห้องจะมีนักเรียนไม่เกิน 15 คน แต่ละห้องจะมีอาจารย์ผลัดเปลี่ยนกันมาสอน ประมาณ 2-3 คน เพื่อฝึกให้ชินกับสำเนียงและภาษาเกาหลี ของอาจารย์แต่ละคน เนื้อหาที่เรียนก็จะมีทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน และในแต่ละเนื้อหาที่เรียนก็จะมีกิจกรรมสอดแทรกระหว่างเรียนอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้สนุกสนาน ส่วนเวลาเข้าเรียนก็เริ่มตั้งแต่เวลา 9.00-13.00 น. เรียนกันตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ ส่วนช่วงบ่ายใครไม่อยากว่าง ก็มีวิชาเสริมให้ได้เรียนกันต่อ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนเขียนตัวจีน ซึ่งเรียกว่า "ฮันจา" เป็นการเรียนเขียนตัวจีนด้วยพู่กัน เรียนการออกเสียงภาษาเกาหลีที่เป็นตัว "ฮันจา" ให้ถูกต้อง บางคนไม่อยากเรียนก็จะใช้เวลาช่วงบ่ายไปทำงานพิเศษก็ไม่ว่ากัน หรือใครอยากออกกำลังกายก็ไปสมัครเรียนเทควันโด ใครอยากมีเพื่อนคนเกาหลีก็อาจจะติดป้ายประกาศตามบอร์ดหาเพื่อนเพื่อมาแลกเปลี่ยนภาษากัน ก็สามารถทำได้ เพราะนักศึกษาเกาหลีที่สนใจอยากจะรู้ภาษาไทยก็มีอยู่ไม่น้อย หรืออาจจะแลกเปลี่ยนภาษากันเป็นภาษาอังกฤษก็ได้ ส่วนใหญ่นักเรียนต่างชาติที่มาเรียนภาษาเกาหลีก็จะเป็น คนญี่ปุ่น, จีน และคนยุโรปก็มี นอกจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว ในแต่ละเทอมของที่นี่ยังจัดให้มีการไปทัศนศึกษาหรือพูดกันง่ายๆให้เข้าใจก็คือ พาไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา เรียนรู้นอกสถานที่กัน ซึ่งจะแบ่งเป็นแต่ละระดับชั้นไป

ที่พัก

ที่พักไม่ว่าจะอยู่ด้านในมหาวิทยาลัย หรือนอกรั้วมหาวิทยาลัย ก็มีหอพักอยู่หลายที่ให้นักศึกษาได้เลือกพัก แต่สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนที่นี่ จะต้องพักอยู่หอพักด้านนอกมหาวิทยาลัย เพราะหอของนักศึกษาต่างชาติจะอยู่หน้ามหาวิทยาลัยพอดี สำหรับหอนักศึกษาต่างชาติ ราคาจะค่อนข้างแพงหน่อย แต่ทำเลดี เครื่องอำนวยความสะดวกในห้องครบครัน มีทั้งห้องเดี่ยว และห้องคู่สำหรับคนที่ต้องการอยู่กับรูมเมท แน่นอนว่าห้องเดี่ยวราคาย่อมแพงกว่าเพราะอยู่คนเดียว ราคาตกอยู่ที่ 1,500,000 วอน หรือประมาณ 35,000บาทไทย (3 เดือน/ เทอม) ส่วนห้องคู่ ราคา 900,000 วอน หรือประมาณ 22,500บาทไทย ( 3เดือน/เทอม) ถ้าใครไม่อยากอยู่หอ จะไปหาห้องเช่าอยู่เองก็ทำได้ หรือจะอยู่แบบ "ฮาซุกชิบ" นั่นก็คือเป็น "บ้านคนเกาหลี" ที่แบ่งให้บ้านให้เช่าเป็นห้องๆ มีอาหารเช้า กับ เย็นให้ ค่าเช่าก็รวมค่าอาหารไปด้วย ราคาประมาณ 350,000 วอน - 400,000 วอน หรือประมาณ 8,000 - 10,000 บาทต่อเดือน ซึ่งอาหารที่มีเสริมให้ถ้าไม่อยากกินก็สามารถบอกว่าไม่เอาอาหาร จะได้ไม่ต้องเสียค่าอาหารเพิ่มแต่ถ้าอยู่ "ฮาซุกซิบ" รับรองว่าได้ฝึกฝนภาษาเกาหลีแบบเต็มๆ เพราะต้องเจอหน้าเจ้าของบ้านทุกวัน

สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโซล

นอกจากกรุงโซลจะโดดเด่นทางด้านการศึกษาแล้ว ยังมีนักเรียนจากต่างจังหวัดของเกาหลี เข้ามาศึกษาหาความรู้กันมากมายด้วย รวมถึงถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโซลที่เป็นที่ดึงดูดใจให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาที่โซล เพราะการเดินทางในเมืองก็สะดวก มีทั้งรถเมล์ และรถไฟใต้ดินให้เลือกใช้ ยิ่งถ้าเป็นรถไฟใต้ดินยิ่งสะดวกเข้าไปใหญ่ เนื่องจากรถไฟใต้ดินมีหลายสายวิ่งไปทั่วเมืองเลย และยังสามารถไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เราอยากไปได้เลย ประเภทที่เรียกว่า ขึ้นจากรถไฟใต้ดินโผล่มาก็เจอสถานที่ท่องเที่ยวเลย ซึ่งในกรุงโซลจะมีที่เที่ยวหลายที่ เหมือนกับในหนังหรือในละครเกาหลีที่กำลังเป็นที่นิยมในบ้านเรา จึงทำให้มีการจัดทัวร์ย้อนรอยละครหรือหนังเกาหลีกันบ่อยๆ สถานที่ที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น "สวนสนุกล็อตเต้เวิลด์" ซึ่งเป็นสวนสนุกในห้างสรรพสินค้า หรือจะเป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ข้างนอกอย่าง "สวนสนุกเอเวอร์แลนด์" หรือ "ซออุลแลนด์" ทำให้เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ ถ้าชอบช้อปปิ้งก็ต้องไปที่ "ตลาดทงแดมุน" หรือจะไปที่ "ตลาดนัมแดมุน" ก็ไม่เลวทีเดียว เพราะจะมีของขายเยอะเเยะมากมายไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า, ของกิน, ของฝาก, ของที่ระลึก ก็มีเต็มไปหมด ถ้าอยากรู้ว่าวัยรุ่นเกาหลีเขาแต่งตัวกันอย่างไร ก็ต้องนี่เลย "ย่านช้อปปิ้งเมียงดง" รับรองเหมือนสยาม-เซ็นเตอร์พร้อยบ้านเรา ก็ว่าได้ ยิ่งตกเย็นแล้วหละก็จะมีร้านขายของเล็กๆ ขายของอยู่ข้างทางกันอย่างคึกคัก นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อย่างพระราชวังต่างๆ ให้ได้เที่ยวชมกันด้วย เช่น คยองบกกุง , ทอกซูกุง, ชังด๊อกกุง อย่างที่ละครเรื่องแดจังกึมไปถ่ายทำมานั้นหละ ถ้าจะให้เล่าถึงสถานที่เที่ยวรอบๆ กรุงโซลทั้งหมด คงพูดกันเป็นวันก็ไม่หมดแน่ๆ

ฤดูของเกาหลี

สภาพอากาศของประเทศเกาหลีจะแบ่งเป็น 4 ฤดู แต่ละฤดูจะมีสีสันที่แตกต่างกันออกไป

1. ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เกาหลีก็มีดอกซากุระ หรือ ดอกเชอร์รี่บาน
2. ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ก็จะเปลี่ยนสี
3. ช่วงฤดูหนาวที่เกาหลีจะมีหิมะตก
4. ช่วงฤดูร้อน เป็นช่วงที่สีสันของเสื้อผ้าละลานตา

คนเกาหลีเองแม้ภายนอกจะดูแข็งๆ สีหน้าบึ่งตึง เหมือนยุ่งอยู่ตลอดเวลา เพราะการอยู่ในโซลที่เป็นเมืองหลวง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องแข่งกับเวลาอยู่ตลอด แต่คนเกาหลีเองก็มีน้ำใจ คอยช่วยเหลือคนต่างชาติเหมือนกัน

ถ้าใครสนใจที่จะไปเรียนที่กรุงโซล ของประเทศเกาหลีดูบ้าง ก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สถาบันภาษา Cyes ที่ตอนนี้รับจัดหาที่เรียนให้กับนักเรียนหรือผู้ที่สนใจจะไปเรียนภาษาเกาหลีที่ประเทศเกาหลี ตามเบอร์โทร 02-2763091-2

 


ลิขสิทธิ์ © สถาบันภาษา cyes (青年华文)
211/3-4 อาคาร Cyes ชั้น 6 (สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สุทธิสาร ทางออกที่ 4) ถ.รัชดาภิเษก แขวง- เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 02-276-3091,02-933-0311 Fax: 02-276-3092
Copyright ©1999-2006 by China Youth Education Services e-mail : webmaster@china2Learn.com